แม้จะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2018 แต่ Nikon Z7 ก็ยังคงเป็นกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสที่น่าจับตามองในปี 2025 ด้วยเซนเซอร์ความละเอียดสูงถึง 45.7MP การออกแบบที่ลงตัว และคุณสมบัติที่พร้อมสำหรับการถ่ายภาพในระดับมืออาชีพ และที่สำคัญคือราคามือสองในตอนนี้กำลังน่าคบหามาก ๆ
ดีไซน์และการจับถือ: ความคุ้นเคยแบบ DSLR ในร่างกล้องมิเรอร์เลส
Nikon Z7 มีหน้าตาและการจัดวางปุ่มที่คนใช้กล้อง DSLR ของ Nikon จะรู้สึกคุ้นเคยทันที ตัวกล้องทำจากแมกนีเซียมอัลลอยด์ แข็งแรง กันละอองน้ำและฝุ่น จับถนัดมือแม้จะติดเลนส์ใหญ่ก็ตาม การวางตำแหน่งปุ่มต่าง ๆ เช่น ISO, AF-ON และ dial ควบคุมต่าง ๆ ก็ออกแบบมาได้ดีเยี่ยม ใช้งานได้โดยไม่ต้องละสายตาจากช่องมองภาพ
ด้านหน้ามีปุ่มฟังก์ชัน 2 ปุ่มที่ตั้งค่าเองได้ ช่วยให้การควบคุมกล้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตัวกริ๊ปจับก็ลึกพอเหมาะ ถือได้นานโดยไม่ล้า แม้จะเป็นกล้องมิเรอร์เลสแต่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกล้องโปร DSLR อย่าง D850 มาก
คุณภาพภาพ: ความละเอียดระดับ 45.7MP ที่ยังหาคู่แข่งได้ยาก
เซนเซอร์ BSI CMOS ขนาดฟูลเฟรม 45.7MP ของ Z7 ให้ภาพที่คมชัด รายละเอียดครบ และไดนามิกเรนจ์กว้างมาก เหมาะกับทั้งงานสถาปัตยกรรม แลนด์สเคป หรือสตูดิโอ ด้วย ISO เริ่มต้นที่ 64 ทำให้ภาพมีนอยส์ต่ำ สีสันอิ่ม และมีความลึกของโทนที่ดี
ไฟล์ RAW จาก Z7 ยังสามารถดึงรายละเอียดจากเงามืดหรือไฮไลต์ได้อย่างยืดหยุ่น ซึ่งเป็นจุดแข็งที่นักแต่งภาพสาย Landscape หรือ Portrait ต้องหลงรัก และเมื่อใช้ร่วมกับเลนส์ Z-mount เช่น 24-70mm f/4 หรือ 35mm f/1.8 ผลลัพธ์ที่ได้เรียกได้ว่า “เฉียบทุกระยะ”
ระบบโฟกัส: เร็ว เงียบ แม่นยำ (แต่ยังไม่สุด)
ระบบโฟกัสแบบ Hybrid ที่ใช้ phase detection 493 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 90% ของเฟรม ช่วยให้ Z7 โฟกัสได้รวดเร็วและแม่นยำมาก โดยเฉพาะเมื่อใช้กับเลนส์ Z-series ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับระบบนี้
อย่างไรก็ตาม ระบบติดตามวัตถุและ face detection ยังไม่เฉียบเท่ากล้องรุ่นใหม่จาก Sony โดยเฉพาะ Eye AF ที่แม้จะมีในเฟิร์มแวร์ใหม่ แต่ยังตามหลังในเรื่องความแม่นยำเมื่อต้องจับโฟกัสดวงตาของวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็ว
จอและช่องมองภาพ: EVF คมกริบ พร้อมทัชสกรีนตอบสนองดี
ช่องมองภาพ EVF ความละเอียด 3.69 ล้านจุดของ Z7 ให้ภาพที่คมชัด ใหญ่ และชัดเจนแม้ใส่แว่น ความแม่นยำในการแสดงผลใกล้เคียงภาพสุดท้ายมาก ต่างจาก OVF ของ DSLR ที่ไม่สามารถแสดง white balance หรือ DOF ได้จริง
หน้าจอหลังกล้องแบบสัมผัส ขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียดสูง แม้จะพลิกได้แค่แนวตั้ง แต่ก็เพียงพอสำหรับการถ่ายมุมต่ำหรือมุมสูง ตัว UI ก็ดีไซน์มาอย่างดี ใช้งานง่าย การตั้งค่าเมนูหรือการเลื่อนดูภาพทำได้ลื่นไหล
การใช้งานร่วมกับเลนส์เก่า: FTZ adapter คือคำตอบ
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Z7 ยังมีคุณค่าสำหรับคนใช้ Nikon คือการใช้ FTZ adapter ที่สามารถนำเลนส์ F-mount รุ่นเก่ามาใช้งานได้ โดยเฉพาะ AF-S และ AF-P ที่สามารถโฟกัสอัตโนมัติได้ครบทุกฟังก์ชัน
แม้เลนส์แบบ D-type จะต้องโฟกัสมือ แต่ตัวช่วยอย่าง focus peaking และการขยายภาพบน EVF ก็ทำให้การโฟกัสแม่นยำมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้คุณไม่ต้องทิ้งเลนส์โปรเก่า ๆ ที่สะสมมา
ฟีเจอร์เสริมและระบบกันสั่น IBIS
Z7 มาพร้อมระบบกันสั่นแบบ 5 แกนในบอดี้ที่ทำงานร่วมกับเลนส์ VR ได้อย่างลงตัว ให้ผลลัพธ์การกันสั่นที่ดีเยี่ยม แม้ใช้กับเลนส์มือหมุนหรือเลนส์เก่าที่ไม่มีระบบกันสั่นในตัวก็ยังได้ประโยชน์แบบเต็ม ๆ
รวมถึงฟีเจอร์อย่าง Focus Stacking, Time-lapse, Silent shooting และโหมดวีดีโอ 4K ที่รองรับ N-log บันทึก 10-bit ผ่าน HDMI ทำให้ Z7 เป็นกล้องที่ครบเครื่องทั้งภาพนิ่งและวีดีโอในตัวเดียว
สรุป: กล้องโปรในราคาที่จับต้องได้
Nikon Z7 อาจไม่ใช่กล้องที่ทันสมัยที่สุดในตลาด แต่เมื่อพิจารณาจากราคาปัจจุบันที่ลดลงมาเหลือประมาณ 40% จากตอนเปิดตัว พร้อมคุณภาพไฟล์ระดับท็อป และการใช้งานที่ครบถ้วน นี่คือกล้องมิเรอร์เลสที่ “คุ้มค่า” ที่สุดสำหรับคนที่ต้องการภาพนิ่งคุณภาพเยี่ยมในงบไม่เกินห้าหมื่นบาท
เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพนิ่งคุณภาพสูง งานแลนด์สเคป สตูดิโอ หรือมือเก่าที่มีเลนส์ F-mount อยู่แล้ว และอยากลองสัมผัสประสบการณ์ของกล้องมิเรอร์เลสที่ให้ฟีลลิ่ง DSLR ได้ใกล้เคียงที่สุด