ในตลาดกล้องมิเรอร์เลสระดับกลาง Nikon Z50 II ถือเป็นการอัปเกรดที่น่าสนใจจาก Z50 รุ่นแรกที่ออกมาเมื่อปี 2019 โดยครั้งนี้ Nikon จัดเต็มทั้งในแง่ของความสามารถในการถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอ และระบบโฟกัสอัจฉริยะ โดยยังคงรูปลักษณ์กะทัดรัดและใช้งานง่ายไว้เหมือนเดิม
เซนเซอร์และคุณภาพไฟล์: ความลงตัวของขนาดและความคม
Z50 II มาพร้อมเซนเซอร์ APS-C แบบ BSI CMOS ความละเอียด 20.9MP ซึ่งอาจดูน้อยกว่าคู่แข่งบางรุ่นที่ให้ถึง 24MP แต่จากการใช้งานจริง กล้องสามารถให้รายละเอียดภาพที่คมชัด สีสันอิ่มและไดนามิกเรนจ์ที่น่าพอใจ จุดเด่นคือการประมวลผลภาพด้วยชิป Expeed 7 ตัวเดียวกับกล้องโปรอย่าง Z8 ทำให้ภาพที่ได้สะอาดแม้ใน ISO สูง และระบบออโต้ไวต์บาลานซ์มีความแม่นยำมากขึ้นในสภาพแสงหลากหลาย
ระบบโฟกัสอัจฉริยะ: จับวัตถุได้ฉลาดและรวดเร็ว
หนึ่งในจุดขายสำคัญของ Z50 II คือระบบโฟกัสที่อัปเกรดใหม่ รองรับการตรวจจับวัตถุอัตโนมัติได้ถึง 9 ประเภท ทั้งคน สัตว์ นก และยานพาหนะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถไฟ หรือเครื่องบิน โดยระบบสามารถตรวจจับวัตถุที่เล็กเพียง 3% ของเฟรม และยังทำงานร่วมกับระบบ 3D Tracking ได้อย่างลื่นไหล การจับโฟกัสดวงตา (Eye AF) และใบหน้า (Face Detection) มีความแม่นยำมากขึ้น เหมาะสำหรับการถ่ายคนหรือสัตว์เลี้ยงที่เคลื่อนไหว
วิดีโอ 4K พร้อมจอพับ: สาย Vlog ห้ามพลาด
Z50 II รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 30fps แบบไม่ครอป และ 4K 60fps ที่มีการครอป ซึ่งให้คุณภาพที่ดีพอสำหรับงานรีวิวหรือ YouTube พร้อมรองรับ 10-bit N-Log สำหรับผู้ที่ต้องการเก็บสีไว้ปรับในภายหลัง อีกทั้งยังมีโหมด Product Showcase ที่ช่วยโฟกัสสลับระหว่างใบหน้าและวัตถุด้านหน้าได้อัตโนมัติ
จอหลังเป็นแบบ Fully Articulating Touchscreen ขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 2.1 ล้านจุด สามารถพลิกมาด้านหน้าได้ เหมาะกับการถ่าย Vlog, เซลฟี่ หรือมุมต่ำมุมสูง และยังรองรับการสัมผัสขณะใช้ EVF ได้ด้วย
ดีไซน์และการใช้งาน: เล็ก เบา แต่จับถนัด
บอดี้ของ Z50 II มีน้ำหนักประมาณ 495 กรัม มาพร้อมกริ๊ปจับที่ลึกและถนัดมือ วัสดุแข็งแรง พร้อมซีลกันฝุ่นและละอองน้ำ ใช้ปุ่มควบคุมที่คุ้นเคยจากตระกูล Z เช่น ปุ่ม i สำหรับเรียกเมนูด่วน, ปุ่ม ISO, ชัตเตอร์แบบ dual dial และ D-pad สำหรับเลื่อนจุดโฟกัส ซึ่งอาจจะไม่เร็วเท่าจอยสติ๊กในกล้องโปร แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป
ด้านบนไม่มีจอแสดงผลสถานะ (top LCD) ซึ่งอาจจะเป็นจุดที่บางคนขัดใจ แต่ก็ไม่ใช่ข้อด้อยใหญ่หากไม่ใช้งานในสตูดิโอบ่อย ๆ
ฟีเจอร์เพิ่มเติม: ครบครันเกินราคา
Z50 II มีช่องใส่เมมการ์ดแบบ SD สองช่อง รองรับ UHS-II ทั้งคู่ สามารถตั้งค่าถ่ายสำรองหรือแยก RAW/JPEG ได้ตามต้องการ การเชื่อมต่อรองรับ Wi-Fi, Bluetooth และ USB-C ที่สามารถชาร์จแบตโดยไม่ต้องถอดออกจากกล้อง ตัวกล้องยังใช้แบต EN-EL25 ที่อยู่ได้นานกว่า Z50 เดิมประมาณ 20% ถ่ายภาพได้ราว 380-400 ภาพต่อการชาร์จ
นอกจากนี้ยังมี Picture Control แบบใหม่ถึง 31 แบบ เพิ่มความหลากหลายให้สายแต่งภาพจบหลังกล้อง และสามารถกดเรียกใช้ได้ง่าย ๆ จากปุ่มเฉพาะที่เพิ่มเข้ามาใหม่
สรุป: กล้องเล็กที่ให้ประสบการณ์ใหญ่
Nikon Z50 II เป็นกล้องมิเรอร์เลส APS-C ที่ให้ประสบการณ์การถ่ายภาพใกล้เคียงกับกล้องโปร ด้วยขนาดที่กะทัดรัด ใช้งานง่าย และมีฟีเจอร์ครบในราคาที่จับต้องได้ เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่จริงจัง ครีเอเตอร์ และคนที่ต้องการกล้องถ่ายรูปและวิดีโอในตัวเดียวกันแบบไม่ต้องแบกหนัก
หากคุณกำลังมองหากล้องเล็ก ๆ แต่ไม่เล็กเรื่องสมรรถนะ Nikon Z50 II คือคำตอบที่ควรลองก่อนตัดสินใจ